อะไรคือ คิดไปเอง

posted on 31 Dec 2009 17:42 by nc-peakzilla

เอาล่ะ เมื่อวานนี้มีคนสอนเรากับคำว่าล้ำเส้นไปละ

วันนี้เรามาเข้าใจกับคำว่าคิดไปเองบ้างแล้วกันนะคะ

 

เห็นพูดมาเยอะและ หัดฟังมั่งนะคะคุณ

 

คิดไปเอง เป็นกิริยาทางความคิดในด้านใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวตัดสินใจ

การกระทำของผู้อื่นโดยใช้ลางสังหรณ์ต่างๆนาๆที่ตัวเองประสบพบคิดมาแล้ว

ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นความคิดที่ถูกต้องรึเปล่าก็ไม่มีใครอาจทราบหรือหยั่งถึงได้

 


 

ล้ำเส้นคืออะไร แน่นอนว่ารู้ดี คนไทยจ้ะ โตแล้วจ้ะ ภาษาไทยก็ได้เกรดสูงเสมอมา

ถึงแม้ช่วงนี้จะขี้คร้านในการพิมพ์ให้ถูกต้องบ้าง แต่ถ้าในหลักวิชาการแล้ว ก็ยังยึดมั่นในการ

ใช้ภาษาไทยให้ถูกลักษณะอยู่เสมอๆ

 

แต่ไอ้ความคิดที่ว่า ล้ำเส้น 

ที่ถูกตัดสินใจด้วยอาการ คิดไปเอง แบบนี้ ขอถามว่าใครเดือดร้อนไม่ทราบคะ ??

เออ กูเองแหละ -*-

 

ไม่ว่าใครก็ตาม ก็ต้องรุ้นิสัยของเราดี ไม่ว่าจะเพิ่งได้พบกัน

หรือว่าไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ความ "อัธยาศัยดี" ของเรา ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม

ตั้งแต่เด็ก จนโต มันเพิ่มขึ้นเรื่อย และ เรื่อยๆ และความอัธยาศัยดีเหล่านั้น

เราก็ใช้กับคนทุกคนที่เราอยากคุยด้วย อยากรู้จักด้วย เป็นความบริสุทธิ์ใจที่อยากรุ้จัก

ไม่ใช่เพียงเพื่อจะได้ เข้าถึงใครบางคนได้ง่ายกว่าเดิม เท่านั้น

แน่นอน ดิฉันยอมรับในด้านแผ่ความอัธยาศัยดีไปยังคนที่ดิฉันชอบ

เพราะเป็นไปได้ก็อยากรู้จักเพื่อนฝูงของเขา และถ้าหากได้คุยกันไปในทางเดียวกันแล้วล่ะก็

ดิฉันจะรุ้สึกดีมาก เพราะอย่างน้อยเราก็จะได้ไม่ต้องมาให้เค้าอธิบายว่า

คนที่เค้ากำลังกล่าวถึงนี้คือใครและเป็นอย่างไรซ้ำๆซากๆ

 

แน่นอนว่าความอัธยาศัยดีของดิฉันได้แผ่ไปทั่วอย่างหยุดไม่ได้จริงๆ

อยากมีเพื่อนเยอะๆ อยากมีคนรู้จักเยอะๆ อยากคุยกับคนแปลกหน้า จนกลายเป็นคนไม่แปลกหน้า

 

ซึ่งคนที่น่าจะเข้าใจว่าดิฉันเป็นอย่างไร ไม่น่าคิดเลยนะว่าดิฉันไปล้ำเส้นของเขาเข้า

 

เอาล่ะ ... น้ำๆก็มากพอแล้วงั้นก็คงจะต่อด้วยเนื้อๆแล้วกัน เพราะว่าเราเองก็ไม่ชอบวิธีของเขา

ที่ต้องมานั่งให้คนอื่นทายปริศนา แปลกๆที่เขาเข้าใจอยู่คนเดียว แล้วก็มาหาว่าเราเซ้าซี้

แถมตอนนี้เวลาก็ไม่มาก ใช่เลย กำลังจะปีใหม่แล้วซึ่งอะไรเก่าๆก็ควรจะโละทิ้ง

หรือเคลียมันให้จบๆไปเลย

 

 

 

พี่รู้จัก กับเพื่อนๆน้องได้อย่างไร

ทำไมพี่ต้องไปรุ้จักเพื่อนของน้อง

ทำไมต้องมาทำเป็นยุ่งกับคนที่น้องสนิท

ทำไมต้องไปเสือกกับคนที่น้องชอบ

ทำไมต้องอย่างนั้น

ทำไมต้องอย่างนี้

 

ทั้งหมด .. ขอเถอะนะ คิดไปเองหมดเลยจริงๆ

 

พี่ รู้จักกับเพื่อนน้องได้อย่างไร ?

ยกตัวอย่างตั้งแต่สมัยไหนเลยดีมั้ย ? สอบมิดเทอมดีมั้ย ???

ทำไมถึงรู้จักกับเชาวุ้ด ?

ตั้งแต่มิดเทอม วุ้ดได้แอด hi5 มาและมีโอกาสได้คุยกันเรื่อยมาจนปัจจุบัน

ทำไมรุ้จักกับเจต ?

เพราะรู้จักกับวุ้ด และรู้ว่าวุ้ดเป็นเพื่อนกับเจต จึงได้มีโอกาสได้คุยกับเจต

ซึ่งแน่นอน น้องไม่ได้แนะนำให้พี่รุ้จักกับเจตในแง่ดีมาตั้งนานแล้ว แต่

พี่ก็ยังบอกน้องไปว่า พี่คบด้วยนิสัย พี่จะอยู่กับคนที่พี่สบายใจ ไม่ใช่ที่คนอื่นพูดกัน

ทำไมรู้จักกับเด ?

แน่นอนว่ามีครั้งไหนไม่ทราบที่เดมาเม้นใน fb ของน้องแล้วพี่ก็ยังพูดอยู่ว่าใครคือเด

เป็นการเล่นมุกที่ปล่อยปะละเลย ซึ่งมารู้อีกทีคือตอนที่มีรายชื่อเดอยุ่ใน friend เมื่อไหร่นั้นไม่ทราบได้

และกีฬาสี มีโอกาสได้เจอตัวจริงเด เลยไปโพสใน wall ว่าได้เจอตัวจริงแล้ว

และหลังจากนั้น ก็คุยกันมาจนปัจจุบัน และเดก็ยังเชื่อมไปยังเพื่อนของเดอีกหลายๆคน

ซึ่งอาจจะมีการถามไถ่ถึงเรื่องของน้องบ้างเพราะพี่พูดตามตรงว่าพี่ไม่ค่อยไว้ใจในเรื่องการปฏิเสธ

นัดทุกนัด และเรื่องของไทด้วย เพราะเรื่องงานและเรื่องพบปะกับเพื่อนในห้อง มันเป็นไปได้ยากจริงๆ ที่จะไม่น้อยใจ

จนอยากจะไถ่ถามหาความจริงจากปากคนอื่น

ทำไมรู้จักกับโบ ?

เพราะโบได้เล่น friend for sale และทำการแย่งซื้อแอร์กันไปมา จนได้มีการรู้จักและสนิทกัน

ไม่ว่าจะด้วยการเล่น m และแอด hi5 รวมไปถึงคุยทุกข์สุขต่างๆนาๆ  ซึ่งตอนแรก

พี่เข้าใจว่าโบเป็นเพื่อนห้องแอร์ แต่จริงๆแล้วโบว์เป็นเพื่อนห้องวุ้ด แต่น้องบอกว่า

อยุ่กลุ่มเดียวกับแอร์ แต่กลุ่มแอร์ที่ว่า พี่ไม่สามารถทราบได้ว่ามีใคร และไม่ได้ถามไถ่ต่อ

ทำไมรู้จักกับเต้ย ?

เพราะว่าตอนที่เล่น ffs เต้ยได้สงสัยว่าพี่คือใครและไม่อยากให้โบว์จะต้องมาคอยอธิบาย

(อย่าทงี่ได้ว่าไว้ตอนต้นแล้วว่าอย่างน้อยเราก็จะได้ไม่ต้องมาให้เค้าอธิบายว่า

คนที่เค้ากำลังกล่าวถึงนี้คือใครและเป็นอย่างไรซ้ำๆซากๆ) จึงได้แอด fb และ hi5 เต้ยไปบ้าง (เพราะเต้ยถามทั้ง 2 ที่)

แต่ไม่ได้มีการคุยกันต่อ แค่เป็นการ safe ไม่ให้มีการซ้ำซากเท่านั้น

ทำไมรู้จักกับกุ๊งกิ๊ง ?

เพราะตอนวันเกิดเจส เจสได้มีเลี้ยงฉลองและพี่ก็ได้คุยโทรศัพท์กับเจสเป็นพักๆ

กุ๊งกิ๊งเกิดเมาและแย่งโทรศัพท์เจสไปคุย จึงได้มีโอกาสได้คุยกับกุ๊งกิ๊ง (แม้เขาจะเมาอยู่ก็ตาม)

หลังจากนั้นได้ทำการถามน้องว่ากุ๊งกิ๊งคือใครและมีการแอด hi5 และไม่ได้มีการสานต่อแต่ใดใด

และการที่ได้รู้จักกับกิ๊งเพิ่มขึ้นนั่นมาจากเจสทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับเขาหล่ออย่างที่น้องเคยโฟ่เลย

ซึ่งการที่ไปเที่ยวกับกิ๊งเมื่อวาน ก็ไม่ได้เกี่ยวกับน้องเช่นกัน เพราะกิ๊งไปเนื่องจากเป็นเพื่อนของเจส

ทำไมรู้จักกับน้องกอฟ ?

เพราะน้องกอฟเป็นน้องรหัสของเจส และเล่น ffs กันไปมา

พี่พึ่งมารู้อาทิตย์ก่อนๆด้วยซ้ำว่าน้องเป็นหลีดสีแดง เพราะไม่เคยสนใจเลยว่ากอฟเค้า

เกี่ยวข้องกับน้องได้อย่างไร แค่ทราบว่าเป็นน้องรหัสของเจสก็เลยคุยด้วย

ทำไมรู้จักกับ อามาร์ วอม และคนอื่นๆ เป็นประปราย ?

อามาร์นั่นเนื่องจากเห็นในการซื้อ ffs ของเดและเต้ย ซึ่งชื่อที่ถูกซื้อจะต้องตั้งชื่อพาดพิงถึง

ชื่อพ่อและแม่เสมอมา จึงได้ถามไถ่เดว่าทำไมต้องทำแบบนั้น และก็ไม่มีการสานต่อใดๆ

รวมถึงวันเกิดอามาร์ ที่ถามไป เพราะรุ้ว่าเดไป และรู้ว่าน้องไป เลยถามดู

ส่วนเรื่องวอม เพราะวอมคุยกับวุ้ด มาบ่นว่าโดนพักการเรียน เลยลองถามดูซึ่งไม่ได้ตอบ แต่พี่ก็ไม่ได้แคร์อยุ่แล้ว

ทำไมถึงรู้จักกับน้องโจ้

นั่นน้องให้พี่แอดเอง จำได้ไหม ซึ่งมึการเม้นตอบกันบ้างแล้วแต่เทศกาล

 

สุดท้ายประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้เกิด

คือทำไมถึงรุ้จักกับไท (อย่าทำเป็นพูดว่าไม่เกี่ยว เพราะคนที่ทำให้น้องเกิดอารมขึ้นมาคือการที่พี่รุ้จักไท)

เพราะเดได้ขึ้นรูปที่กอดกับไท และพี่ก็ชอบใจซะด้วย เป้นการทราบว่าต่อมาเดสนิทกับไท

และอยากจะแกล้งเดขึ้นมา จึงได้แอดไทไปเพื่อการกลั่นแกล้งเด ซึ่งการพูดพากพิงถึงน้อง

มีแค่ครั้งเดียว คือทำไมถึงได้รู้จักไท นอกนั้น ประเด็นผ่านไปทางเด ตลอด

 

และนอกจากที่เห็นว่ารู้จักน้องๆพวกนี้แล้ว

น้องไม่ได้ทราบนะว่าพี่รู้จักใครนอกสถาบันนี้อีก ถ้าอยากจะให้อธิบาย โอเคได้

ต่อทีหลังเพราะพี่ไม่อยากพูดถึงใครเพิ่มแล้ว และน้องก็ข้องใจแค่นี้ด้วย

 

แล้วขอบอกนะคะ ว่าข้างบนทั้งหมดที่พูดสามารถอ้างอิงเรื่องจริงได้

พี่มีการอธิบายกับคนที่รู้เรื่องที่เราทะเลากันว่าพี่รู้จักกับเด และ ไทอย่างไร ไม่ได้มีการบิดเบือนไปจากเดิมเลย

เพราะพี่ทำการอธิบายว่าพี่รู้จักเด และไทอย่างไรมาตั้งแต่ก่อนน้องสอนคำว่า ล้ำเส้น (ด้วยการคิดไปเอง)กับพี่

เพราะพี่ว่าพี่มีสิทธิ์จะคุยกับทุกคนบนโลก การกระทำด้านบนทั้งหมดที่พี่ทำมันก็ไม่ได้ล้ำเส้นใคร

พี่ไม่ได้รู้จักด้านบนนั้นเพราะเชื่อมโยงกับน้อง และเห็นการ ชนวนระเบิดประเด็น

มันอยู่ที่คนสุดท้ายที่พี่รู้จัก ดังนั้น พี่จึงได้เข้าใจไปเช่นนั้นว่าเราทะเลาะกันด้วยเหตุใด

 

โอเคเข้าใจ น้องคงว่าพี่ตอแหลแน่นอน (ซึ่งอะไรก็ตามมันอ้างอิงได้จริงถามเจ้าตัวได้เลย ถ้าด่าตอแหล = น้องไม่รับความจริง)

ซึ่งพี่ก็เข้าใจไปเช่นกันว่าน้องแม่งเวรี่คิดไปเองเลย (ซึ่งไม่รู้ว่าพี่ไม่รับความจริงรึเปล่า)

สู้เปลี่ยนประเด็นว่าแย่งผู้ชายกัน ยังรู้สึกอายน้อยกว่านี้เลย

เพราะน้องเอาประเด็นที่หาว่าพี่แย่งเพื่อนน้องมาเป็นเรื่องทะเลาะกันได้ทั้งๆที่แทบจะรุ้สันดานพี่หมดขนาดนี้แล้ว

มันน่าอายจริงๆ

 

ถ้าพี่ได้ไปล้ำเส้นคนของน้องคนไหน

บอกพี่ด้วยนะ พี่จะได้มาเล่าอีกว่ารุ้จักได้ไง

เพราะถ้าพี่อยากล้ำเส้นน้องอะนะ วันที่น้องเต้นหลีด พี่คงไปคุยกับทุกคนในสีน้องแล้วล่ะ

นี่แม่งไม่รุ้จักสักคน ยืนเอ๋อเป็นอีบ้าเลย

 

แล้วน้องเองก็ไม่ได้อยากสนิทกับพี่เหมือนเดิมแล้วไม่ใช่เหรอคะ

อยากได้ช่องว่างไม่ใช่เหรอคะ แล้ว 2 ปีที่ผ่านมามันเรียกอะไรคะ

เรายังไม่สนิทกับไม่พออีกเหรอคะ ร้าวฉานไม่พออีกเหรอคะ ด้านบนที่พี่รู้จักกับคนพวกนั้นได้

พี่ก็ไม่ได้ทราบเลยว่าสนิท ตื้นลึกหนา บางกับน้องอย่างไร แน่นอนว่าอาจจะมีการ

ถามถึงเพราะน้องอยู่รรเดียวกัน (ยก ตย.เช่น ถ้ามีคนมาถามว่าอยู่ศิลปากรรู้จักคนชื่อหมีที่อยู่ปี 3 ict มั้ย)

แต่ถ้าไม่รู้จัก ก็แล้วกันไป พี่ก็ไม่ได้ขวนขวายเพิ่มหนิ

 

พี่ไม่รู้นะว่าหลังจากได้ publish ไป จะเกิดอะไรต่อ

แต่ที่แน่ๆ พี่บอกกับใครๆไปตั้งนานแล้วว่า พี่ไม่เคยโกรธน้องเลย

ที่ด่าๆคืออารมณ์ขึ้นทั้งนั้น เพราะน้องไม่เคยคิดจะฟังอะไรใครบ้างเลย

เอาแต่คิดไปเองแล้วเมื่อไหร่จะเข้าใจ ไม่ฟังอะไรจากใคร แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นยังไง

มันคงไม่มีใครสามารถนั่งง้อคนอื่น โดยไม่รุ้ว่าตัวเองไปทำอะไรยังไงไว้ที่ไหนหรอกค่ะ

และพี่ก้ไม่ได้จ้าง หรือขอให้น้องมาเชื่อหรอกนะ (แต่ไปถามใครก็ได้ว่ารุ้จักเค้าเพราะคุณรึเปล่า ไม่ว่ากัน)

เพราะ คงไม่มีใครมานั่งฟัง คนที่ว่าตัวเองด้วยเรื่องที่ไม่ได้ก่อแล้วอยู่เฉยๆได้หรอกค่ะ

ถ้ามันถึงวันที่น้องได้ทำอะไรลงไปแล้วมีคนมาด่า แถมไม่ฟังเหตุผลที่อยากอธิบายอีก

ถ้าน้องไม่รุ้สึกอยากเล่าความจริง เดินมาเอาเท้านาบหน้าพี่เลยดีกว่า น้องดีเกินไปแล้วค่ะ

และแน่นอน พี่ไม่ใช่คนดีขนาดนั้นที่จะปล่อยให้คนอื่นเข้าใจพี่ผิด ๆ และเรื่องจริง

พ่ก็สามารถพูดได้โดยไม่สนใจอะไรด้วย เพราะพี่ไม่ชอบโกหก เกลียดคนโกหกมานานแล้ว

และเกลียดการถูกเข้าใจผิดอย่างที่สุด และมันก็คงไม่มีใครโกหกแล้วเอาชื่อคนอื่น

มาอ้างได้ยังงี้หรอก เพราะว่าไม่ได้ด้านขนาดนั้นไง ที่ทำเพราะอยากจะให้มันเคลียเลย

ไม่ใช่มานั่งยกตัวอย่าง อะไรก็ไม่รู้ พูดตรงๆสิ พูดเล้ยยย ถ้ามันเป็นความจริง พูดเลยยย

ถึงเจ็บ มันก็เป็นความจริงอยู่วันยันค่ำ (ยกตัวอย่างเช่น 55 พอเหอะ. .)

 

 

หมดเรื่องพูด ปวดตา น้องทำพี่ตาอักเสบ(รวมถึงตับแข็งด้วยค่ะ) จ่ายตังมาด้วยค่ะ

เอากลับไปคิดเถอะค่ะ เรื่องทั้งหมดที่ว่าพี่มาทั้งหมด เอาไปคิดเถอะค่ะ เห็นบอกว่าโตๆกันแล้วไง

โชว์ให้เห็นถึงความโตหน่อยซิคะ ผู้ใหญ่ที่ไหนเค้าโกรธกันเรื่องแบบนี้คะน้อง คิดได้ไงว่าแย่งเพื่อน พี่มีเพื่อนเป็นล้าน

 

พี่จบ แล้วนะ อธิบายหมดทุกอย่างแล้วจริงๆ มันอยู่ทีตัวน้องแล้ว ที่จะจบ

หรือจะคิดต่อ เพราะจนปัญญาแล้วจริงๆ เหนื่อยแล้ว

 

สุดท้ายค่ะ แฮปปี้นิวเยียร์ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

Recommend